coverอันดับนักแข่งเทรดมือ
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

วิถีหมาป่าเดียวดาย: คัมภีร์ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่ความสำเร็จด้วยตัวคนเดียว

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
1 Reactions
34 เข้าชม
James Albert
(@james-albert)
สมาชิก
เข้าร่วม: 2 ปี ที่ผ่านมา
กระทู้: 531
หัวข้อเริ่มต้น  

          ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1513 "นิโคโล มาเคียเวลลี" (Niccolò Machiavelli) ถูกปลดจากตำแหน่งทางการเมือง ถูกทรมาน และถูกเนรเทศให้ออกไปอยู่นอกเมืองฟลอเรนซ์ เพื่อนฝูงและผู้คนที่เคยสวามิภักดิ์ต่างตีตัวออกห่าง เขาไม่เหลือเงิน อำนาจ หรือแม้แต่คนคอยสนับสนุน ทว่าในบ้านพักที่กำลังผุพังนั้นเอง แทนที่จะจมปลักอยู่กับความสิ้นหวัง เขากลับหยิบปากกาขึ้นมาเขียน "The Prince" หนังสือปรัชญาการเมืองที่สั่นสะเทือนประวัติศาสตร์โลกมาจนถึงปัจจุบันเรื่องราวของมาเคียเวลลีสะท้อนให้เห็นความจริงอันทรงพลังข้อหนึ่ง นั่นคือเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จเพราะมีคนคอยช่วยเหลือ แต่เขาสำเร็จ "เพราะไม่มีใครช่วยต่างหาก" ในสังคมที่พร่ำสอนให้เราต้องวิ่งหา Connection ต้องพึ่งพาคนอื่น หรือต้องทำงานเป็นกลุ่มเสมอ การตระหนักว่า "ไม่มีใครกำลังจะมาช่วยเรา" อาจฟังดูโหดร้ายสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับคนที่จะก้าวขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด ความโดดเดี่ยวนั้นไม่ใช่โศกนาฏกรรม แต่มันคือ "การได้เกิดใหม่" และนี่คือวิถีการสร้างความสำเร็จในวันที่คุณต้องยืนหยัดด้วยตัวคนเดียว


1. เปลี่ยน "ความว่างเปล่า" ให้เป็น "อิสรภาพขั้นสูงสุด" เมื่อมองไปรอบตัวแล้วพบว่าคุณเริ่มต้นจากศูนย์ ไม่มีทั้งเงินทุน ไม่มีคนคอยดันหลัง สิ่งแรกที่ต้องทำคือเลิกตัดพ้อโชคชะตาและมองเห็นข้อได้เปรียบที่ซ่อนอยู่ การไม่มีใครสนับสนุนแปลว่าคุณ "ไม่มีเจ้านาย" ไม่มีใครมากำหนดเพดานความฝัน และไม่มีใครมาดึงรั้งคุณไว้ด้วยคำว่า "ทำไม่ได้หรอก"การสร้างรากฐานด้วยตัวเองเพียงลำพังมอบความคล่องตัวสูงสุดให้คุณ คุณสามารถตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางชีวิตได้ภายในเสี้ยววินาทีโดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากใคร และที่สำคัญที่สุด เมื่อความสำเร็จมาถึง ปราสาทหลังนี้จะเป็นของคุณแบบ 100% โดยไม่มีใครมาแอบอ้างสิทธิ์ได้
 
2. ปิดปากเงียบ แล้วใช้ "ความแค้น" เป็นเชื้อเพลิง คนส่วนใหญ่มักตกม้าตายตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะเอาแต่ป่าวประกาศเป้าหมายให้คนอื่นฟัง งานวิจัยพบว่าเมื่อเราพูดถึงความฝัน สมองจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาเสมือนว่าเราทำมันสำเร็จไปแล้ว ทำให้ความมุ่งมั่นลดลง ดังนั้น จงเก็บความทะเยอทะยานของคุณไว้ในความเงียบ ปล่อยให้มันอัดอั้นจนระเบิดเป็นพลังงานที่ถีบให้คุณลุกขึ้นมาทำงานในขณะที่คนอื่นกำลังหลับใหลนอกจากนี้ จงเลิกสวมบทบาทเป็น "เหยื่อ" ผู้น่าสงสาร แต่จงเปลี่ยนคำปฏิเสธ การถูกมองข้าม หรือคำดูถูก ให้กลายเป็น "เชื้อเพลิง" คล้ายกับวิธีที่ ไมเคิล จอร์แดน ตำนานนักบาสเกตบอลมักจะใช้ความโกรธแค้นจากการถูกประเมินค่าต่ำ มาเป็นแรงผลักดันให้เขาซ้อมหนักกว่าทุกคน ความโกรธคือเชื้อเพลิงที่สะอาดและทรงพลังกว่าความเศร้า เพราะความเศร้าทำให้คุณอยากล้มตัวลงนอน แต่ความโกรธจะทำให้คุณอยากพุ่งชนทุกอุปสรรคตรงหน้า
 
3. สถาปนา "ผู้บัญชาการ" ขึ้นมาควบคุมตัวเอง เมื่อไม่มีใครมาคอยสั่งหรือคอยโอ๋ คุณจำเป็นต้องสร้างตัวตนที่สองขึ้นมา นั่นคือตัวตนของ "ผู้บัญชาการ" ที่เด็ดขาดและใจร้าย เพื่อมาคอยกระชากคอตัวตนที่อ่อนแอขี้เกียจให้ลุกขึ้นมาทำงาน คุณต้องจัดงานศพให้กับเด็กน้อยในตัวคุณที่ยังเชื่อว่าโลกนี้ยุติธรรม และรอคอยให้คนอื่นมาหยิบยื่นโอกาสให้สร้างกฎเหล็กที่ห้ามละเมิดเด็ดขาด เริ่มตั้งแต่สมรภูมิแรกของวันคือ "การตื่นนอน" (ห้ามกดเลื่อนนาฬิกาปลุกเด็ดขาด) ล็อกประตู ปิดมือถือ และทำงานแบบ Deep Work อย่างน้อย 4 ชั่วโมงโดยไม่ให้ใครขัดจังหวะ เลิกเสพดราม่าไร้สาระแล้วหันมาอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง และต้องตอบตัวเองให้ได้ทุกเย็นว่า วันนี้คุณได้ก้าวเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น หรือแค่ทำตัวให้ดูยุ่งไปวันๆ
 
4. เลิกวิ่งหา Connection แต่จงทำตัวเป็น "แม่เหล็ก" การพยายามเข้าไปอยู่ในวงสังคมคนรวยหรือคนมีอำนาจ ทั้งๆ ที่ตัวคุณเองยังไม่มีอะไรไปนำเสนอ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นขอทานในชุดสูท เลิกเสียเวลาไปกับงานสัมมนาหรืองานสังสรรค์ที่หวังจะพึ่งใบบุญคนอื่น แล้วเอาเวลานั้นมา "ขัดเกลาฝีมือตัวเอง"จงหมกมุ่นและทำตัวให้เก่งกาจจนไม่มีใครกล้ามองข้าม เมื่อคุณสร้างคุณค่าให้ตัวเองจนกลายเป็นแม่เหล็กชั้นดี เมื่อนั้นเหล็กกล้าและโอกาสต่างๆ จะถูกดึงดูดบินเข้ามาหาคุณเองโดยที่คุณไม่ต้องร้องขอ
 
5. เตรียมรับมือกับ "ความสำเร็จ" อย่างเยือกเย็น เมื่อวันที่คุณประสบความสำเร็จมาถึง เชื่อเถอะว่าคนที่เคยปฏิเสธหรือทิ้งคุณไป จะกลับมาพร้อมกับคำพูดสวยหรูว่า "รู้อยู่แล้วว่าแกต้องทำได้" หรือพยายามจะใช้คำว่า "พวกเรา" เพื่อมีส่วนร่วมในถ้วยรางวัลที่คุณแบกมันมาคนเดียวคุณไม่จำเป็นต้องโกรธแค้นหรือด่าทอ เพียงแค่รับมือด้วยความสุภาพแต่ "เย็นชา" สร้างกำแพงแก้วที่พวกเขามองเห็นแต่แตะต้องไม่ได้ และหากวันหนึ่งคุณมีทรัพยากรมากพอที่จะช่วยเหลือคนอื่น จงเลือกช่วยเฉพาะเด็กหนุ่มสาวที่มี "ประกายไฟในดวงตา" และพร้อมจะสู้ด้วยตัวเองเท่านั้น อย่าเสียเวลาจุดไฟให้กับคนที่รอให้คนอื่นมาจุดให้ เพราะไฟที่ไม่ได้มาจากข้างใน ย่อมดับลงอย่างง่ายดาย

บทสรุป ท้ายที่สุดแล้ว โลกใบนี้มีทางเลือกให้คุณเสมอ คุณจะเลือกเป็น "แกะ" ที่รู้สึกอบอุ่นปลอดภัยเมื่ออยู่รวมฝูง แต่ไร้ทางสู้และต้องวิ่งหนีตายเมื่อหมาป่ามาเยือน หรือคุณจะเลือกเป็น "หมาป่า" ที่ยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยว ทนต่อความหนาวเหน็บ แข็งแกร่ง และปลอดภัยได้ด้วยความน่าเกรงขามของตัวมันเองจำไว้ว่า การที่โลกนี้ไม่มีใครคอยช่วยคุณเลยนั่นแหละคือเรื่องดี เพราะมันแปลว่าทุกหยาดเหงื่อ ทุกการนับหนึ่ง และทุกความยิ่งใหญ่ที่คุณกำลังจะสร้างขึ้น... มันเป็นของคุณแต่เพียงผู้เดียว


   
TibitoBlink reacted
อ้างอิง

ทิ้งคำตอบไว้

ชื่อผู้แต่ง

อีเมลผู้เขียน

ตำแหน่ง *

You are not allowed to attach files on this forum. It is possible that you have not reached the minimum required number of posts, or your user group does not have permission to attach files in this forum.
 
ดูตัวอย่าง แก้ไข 0 ครั้ง บันทึกแล้ว
แบ่งปัน: