coverอันดับนักแข่งเทรดมือ
เทคนิค Scalping ทำก...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

เทคนิค Scalping ทำกำไรระยะสั้น ด้วย EMA 20 ตัดช่องราคา (Price Channel)

3 กระทู้
3 ผู้ใช้
6 Reactions
340 เข้าชม
James Albert
(@james-albert)
สมาชิก
โพสครบ 20 กะทู้
โพสกะทู้ครบ 300
โพสกะทู้ครบ 1000
ผู้มีส่วนร่วมสูงสุด
Rank E
เข้าร่วม: 1 ปี ที่ผ่านมา
กระทู้: 513
หัวข้อเริ่มต้น  

บทความนี้จะนำเสนอแนวคิดและวิธีการเทรดทำกำไรระยะสั้น (Scalping) ที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการจับจังหวะการเคลื่อนไหวของราคาในกรอบเวลา (Timeframe) เล็กๆ โดยใช้เครื่องมือพื้นฐานที่ทรงพลังอย่าง EMA และ Price Channel


 

Concept: แนวคิดหลักของกลยุทธ์

 

หัวใจของกลยุทธ์นี้คือ "การเทรดตามแนวโน้มใหญ่ และเข้าทำกำไรเมื่อราคามีการย่อตัวหรือพักตัวแล้วกลับไปในทิศทางเดิม" โดยเราจะใช้เครื่องมือ 3 อย่างร่วมกัน:

  1. EMA 50 (Trend Filter): เส้นค่าเฉลี่ยระยะกลาง (แนะนำ 50 หรือ 100) ทำหน้าที่เป็น "ตัวกรองแนวโน้ม" เพื่อให้แน่ใจว่าเรากำลังเทรดไปในทิศทางที่ถูกต้อง

    • ถ้าราคาอยู่ เหนือ เส้น EMA 50 หมายถึง แนวโน้มหลักเป็นขาขึ้น (Uptrend) เราจะมองหาจังหวะ ซื้อ (BUY) เท่านั้น

    • ถ้าราคาอยู่ ใต้ เส้น EMA 50 หมายถึง แนวโน้มหลักเป็นขาลง (Downtrend) เราจะมองหาจังหวะ ขาย (SELL) เท่านั้น

  2. EMA 20 (Signal Line): เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ทำหน้าที่เป็น "เส้นสัญญาณ" เมื่อราคามีการพักตัวแล้วตัดกลับผ่านเส้นนี้ไปในทิศทางของแนวโน้มหลัก จะเป็นจังหวะในการเข้าออเดอร์

  3. Price Channel / Donchian Channel (Support & Resistance): อินดิเคเตอร์ที่สร้างกรอบแนวรับ-แนวต้านแบบไดนามิก โดยจะอ้างอิงจาก "ราคาปิดสูงสุดและต่ำสุดในรอบ 8 แท่งเทียนล่าสุด" ตามที่คุณได้อธิบายไว้

    • ขอบบน (แนวต้าน): เป็นเป้าหมายในการทำกำไร (Take Profit) หรือจุดพิจารณาเมื่อราคาเข้าใกล้

    • ขอบล่าง (แนวรับ): เป็นเป้าหมายในการทำกำไร หรือจุดพิจารณาเมื่อราคาเข้าใกล้


 

วิธีการติดตั้ง Indicator บน TradingView

 

คุณสามารถสร้างชุดอินดิเคเตอร์นี้ได้ง่ายๆ จากเครื่องมือมาตรฐานบน TradingView ดังนี้:

  1. เปิดหน้าต่าง Indicators ขึ้นมา

  2. เพิ่ม Exponential Moving Average (EMA) เส้นที่ 1:

    • ค้นหา "Moving Average Exponential" แล้วคลิกเพิ่ม

    • ไปที่การตั้งค่า (Settings) ของ EMA ที่เพิ่มเข้ามา

    • ในช่อง "Length" ให้ใส่ค่า 50

    • ในแท็บ "Style" อาจเปลี่ยนเป็นสีที่โดดเด่น เช่น สีฟ้า เพื่อใช้เป็นเส้นบอกแนวโน้มหลัก

  3. เพิ่ม Exponential Moving Average (EMA) เส้นที่ 2:

    • ทำเหมือนเดิม แต่ในช่อง "Length" ให้ใส่ค่า 20

    • อาจตั้งค่าสีเป็นสีขาวหรือเหลือง เพื่อใช้เป็นเส้นสัญญาณ

  4. เพิ่ม Price Channel:

    • ค้นหาอินดิเคเตอร์ที่ชื่อ "Donchian Channels" แล้วคลิกเพิ่ม (เป็นอินดิเคเตอร์มาตรฐานที่ทำงานใกล้เคียงกับแนวคิด Highest/Lowest Close ที่สุด)

    • ไปที่การตั้งค่า (Settings) ของ Donchian Channels

    • ในช่อง "Length" ให้ใส่ค่า 8 เพื่อให้คำนวณจาก 8 แท่งเทียนล่าสุด

เมื่อเสร็จแล้ว คุณก็จะมีเครื่องมือทั้ง 3 อย่างพร้อมใช้งานบนกราฟของคุณ


 

วิธีการใช้งาน

 

 

เงื่อนไขการเข้าซื้อ (Entry BUY)

 

มองหาจังหวะ BUY เมื่อองค์ประกอบครบทั้ง 4 ข้อ ดังนี้:

  1. Trend Confirmation: ราคายืนอยู่ เหนือ เส้น EMA 50 (ยืนยันแนวโน้มขาขึ้น)

  2. Pullback: รอให้ราคาย่อตัวลงมาแตะหรือเข้าใกล้เส้น EMA 20

  3. Entry Signal: มีแท่งเทียนที่ปิดตัว โดยเนื้อเทียน ตัดกลับขึ้นไปเหนือเส้น EMA 20 ได้อย่างชัดเจน

  4. (Optional) Confirmation: สัญญาณ BUY เกิดขึ้นในบริเวณครึ่งล่างของช่อง Price Channel ซึ่งบ่งบอกว่ายังมีพื้นที่ให้ราคาวิ่งขึ้นไปหาขอบบน

 

เงื่อนไขการเข้าขาย (Entry SELL)

 

มองหาจังหวะ SELL เมื่อองค์ประกอบครบทั้ง 4 ข้อ (ตรงข้ามกับขาขึ้น):

  1. Trend Confirmation: ราคายืนอยู่ ใต้ เส้น EMA 50 (ยืนยันแนวโน้มขาลง)

  2. Rally: รอให้ราคารีบาวด์ขึ้นไปแตะหรือเข้าใกล้เส้น EMA 20

  3. Entry Signal: มีแท่งเทียนที่ปิดตัว โดยเนื้อเทียน ตัดกลับลงไปใต้เส้น EMA 20 ได้อย่างชัดเจน

  4. (Optional) Confirmation: สัญญาณ SELL เกิดขึ้นในบริเวณครึ่งบนของช่อง Price Channel ซึ่งบ่งบอกว่ายังมีพื้นที่ให้ราคาวิ่งลงไปหาขอบล่าง


 

การตั้งค่า Take Profit (TP) และ Stop Loss (SL)

 

การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเทรดเสมอ

 

การตั้ง Stop Loss (SL) - จุดตัดขาดทุน

 

  • สำหรับออเดอร์ BUY: ตั้ง SL ไว้ที่ ใต้ขอบล่างของ Price Channel หรือที่ จุดต่ำสุดล่าสุด (Swing Low) ก่อนหน้าจุดเข้าเทรดเล็กน้อย

  • สำหรับออเดอร์ SELL: ตั้ง SL ไว้ที่ เหนือขอบบนของ Price Channel หรือที่ จุดสูงสุดล่าสุด (Swing High) ก่อนหน้าจุดเข้าเทรดเล็กน้อย

 

การตั้ง Take Profit (TP) - จุดทำกำไร

 

คุณสามารถเลือกได้ 2 วิธีหลักๆ:

  1. ตั้งตามกรอบราคา (Channel Target):

    • สำหรับออเดอร์ BUY: ตั้ง TP ที่ ขอบบนของ Price Channel

    • สำหรับออเดอร์ SELL: ตั้ง TP ที่ ขอบล่างของ Price Channel

  2. ตั้งตามอัตราส่วนความเสี่ยง (Risk/Reward Ratio):

    • คำนวณระยะห่างจากจุดเข้าถึงจุด Stop Loss ของคุณ (นี่คือความเสี่ยง หรือ "1R")

    • ตั้ง TP ที่ระยะ 1.5 เท่า หรือ 2 เท่าของความเสี่ยงนั้น (เช่น R/R = 1:1.5 หรือ 1:2) วิธีนี้จะช่วยให้คุณมีผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

ข้อควรจำ: ไม่มีกลยุทธ์ใดที่สมบูรณ์แบบ 100% ควรทดสอบกลยุทธ์นี้กับบัญชีทดลอง (Demo Account) เพื่อฝึกฝนและหาความคุ้นเคยก่อนนำไปใช้กับเงินจริง ขอให้โชคดีกับการเทรดครับ!

 


หัวข้อนี้ได้รับการแก้ไข 6 เดือน ที่ผ่านมา โดย thaiforex

   
Ao-m12991, PleomXVSC, Lovejaekma and 1 people reacted
อ้างอิง
FDaziima
(@fda0056fda)
สมาชิก
โพสครบ 20 กะทู้
Rank G
เข้าร่วม: 7 เดือน ที่ผ่านมา
กระทู้: 85
 

🙏🙏🙏



   
Ao-m12991 and Lovejaekma reacted
ตอบอ้างอิง
Ao-m12991
(@ao-m12991)
สมาชิก
โพสครบ 20 กะทู้
Rank F
เข้าร่วม: 8 เดือน ที่ผ่านมา
กระทู้: 87
 

🙏🙏🙏🙏



   
ตอบอ้างอิง

ทิ้งคำตอบไว้

ชื่อผู้แต่ง

อีเมลผู้เขียน

ตำแหน่ง *

You are not allowed to attach files on this forum. It is possible that you have not reached the minimum required number of posts, or your user group does not have permission to attach files in this forum.
 
ดูตัวอย่าง แก้ไข 0 ครั้ง บันทึกแล้ว
แบ่งปัน: