สร้างระบบเทรดด้วย Supply & Demand และ Order Blocks ฉบับสมบูรณ์
ในโลกของการเทรด การเข้าใจว่า "ผู้เล่นรายใหญ่" หรือ "Smart Money" เข้า-ออกตลาดที่จุดไหน คือกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบ ระบบเทรดด้วย Supply & Demand และ Order Blocks คือกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการหา "ร่องรอย" ของคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่เหล่านั้น เพื่อให้เราสามารถเทรดไปในทิศทางเดียวกับพวกเขาได้บทความนี้จะเปลี่ยนภาพแนวคิดพื้นฐานให้กลายเป็นระบบเทรดที่จับต้องได้ พร้อมนำไปใช้งานจริง
Concept: หัวใจหลักของระบบ
แนวคิดของระบบนี้ตั้งอยู่บนกฎพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์: อุปสงค์ (Demand) และ อุปทาน (Supply)
-
Demand Zone (โซนอุปสงค์/แนวรับ): คือพื้นที่ราคาที่แรงซื้อมีมากกว่าแรงขายอย่างมีนัยสำคัญ เป็นจุดที่รายใหญ่เข้าสะสมของ ทำให้ราคามีโอกาสดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อกลับมาทดสอบโซนนี้
-
Supply Zone (โซนอุปทาน/แนวต้าน): คือพื้นที่ราคาที่แรงขายมีมากกว่าแรงซื้ออย่างมหาศาล เป็นจุดที่รายใหญ่เทขายทำกำไร ทำให้ราคามีโอกาสกลับตัวลงอย่างรุนแรงเมื่อกลับมาทดสอบโซนนี้
-
Order Block (OB): คือรูปแบบของโซนที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น มักจะเป็น "แท่งเทียนสุดท้าย" ก่อนที่ราคาจะเคลื่อนที่อย่างรุนแรงและ ทำลายโครงสร้างราคา (Break of Structure - BOS) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าโซนนั้นมีความแข็งแกร่งจริง
เป้าหมายของระบบ: คือการระบุโซนคุณภาพสูงเหล่านี้ และรออย่างอดทนให้ราคากลับมาทดสอบ (Retest) เพื่อเข้าเทรดด้วยความเสี่ยงที่ต่ำและมีโอกาสทำกำไรสูง
วิธีการใช้งานระบบเทรด (Step-by-Step)
ขั้นตอนที่ 1: วิเคราะห์โครงสร้างตลาด (Market Structure)
ก่อนจะหาโซน ให้มองภาพรวมของเทรนด์ใน Timeframe ที่ใหญ่กว่า (เช่น H4, Day) ก่อนเสมอ เพื่อให้รู้ว่าเทรนด์หลักเป็นขาขึ้นหรือขาลง การเทรดตามเทรนด์หลัก (Trade with the trend) จะเพิ่มโอกาสชนะให้สูงขึ้น
ขั้นตอนที่ 2: การระบุโซน Supply / Demand / Order Block
-
Demand Zone (สำหรับหาจุด Buy):
-
มองหาการเคลื่อนที่ของราคาแบบ Rally-Base-Rally (ขึ้น-พัก-ขึ้น) หรือ Drop-Base-Rally (ลง-พัก-ขึ้น)
-
"Base" หรือฐานราคา คือกลุ่มแท่งเทียนเล็กๆ ที่ราคาวิ่งในกรอบแคบๆ ก่อนจะพุ่งขึ้นไปอย่างรุนแรง
-
Order Block (OB) สำหรับ Buy: คือ "แท่งเทียนสีแดง (ขาลง) แท่งสุดท้าย" ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้นไปทำลายไฮเดิม (BOS)
-
วาดกรอบโซน: ตีกล่องคลุมตั้งแต่ "ราคาเปิดของแท่งแรกในฐาน" ไปจนถึง "ราคาต่ำสุดของฐาน" (Low)
-
-
Supply Zone (สำหรับหาจุด Sell):
-
มองหาการเคลื่อนที่ของราคาแบบ Drop-Base-Drop (ลง-พัก-ลง) หรือ Rally-Base-Drop (ขึ้น-พัก-ลง)
-
Order Block (OB) สำหรับ Sell: คือ "แท่งเทียนสีเขียว (ขาขึ้น) แท่งสุดท้าย" ก่อนที่ราคาจะดิ่งลงไปทำลายโลว์เดิม (BOS)
-
วาดกรอบโซน: ตีกล่องคลุมตั้งแต่ "ราคาเปิดของแท่งแรกในฐาน" ไปจนถึง "ราคาสูงสุดของฐาน" (High)
-
โซนที่มีคุณภาพ: คือโซนที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของราคาที่รุนแรงและชัดเจน (Imbalance) และสามารถทำลายโครงสร้างราคา (BOS) ได้สำเร็จ
📈 การเข้าเทรดฝั่งซื้อ (Entry Buy)
-
ระบุโซน Demand หรือ Buy Order Block ที่แข็งแกร่งตามขั้นตอนข้างต้น
-
รออย่างอดทน ให้ราคาย่อตัว (Pullback) กลับลงมาในโซน Demand ที่เราวาดไว้
-
เข้าออเดอร์ Buy เมื่อราคาเข้ามาในโซน โดยมี 2 วิธีหลัก:
-
Aggressive Entry: ตั้ง Pending Order (Buy Limit) ที่ขอบบนของโซน วิธีนี้อาจได้ราคาดีที่สุด แต่ก็เสี่ยงที่สุดหากโซนถูกทำลาย
-
Conservative Entry: รอให้เกิดแท่งเทียนยืนยันการกลับตัวในโซนก่อน (เช่น แท่งเทียนสีเขียวใหญ่กลืนกินแท่งแดง (Bullish Engulfing) ใน Timeframe เล็กลง) แล้วจึงเข้า Buy วิธีนี้ปลอดภัยกว่าแต่อาจตกรถหรือได้ราคาไม่ดีเท่า
-
📉 การเข้าเทรดฝั่งขาย (Entry Sell)
-
ระบุโซน Supply หรือ Sell Order Block ที่แข็งแกร่ง
-
รออย่างอดทน ให้ราคาดีดตัว (Rally) กลับขึ้นไปในโซน Supply ที่เราวาดไว้
-
เข้าออเดอร์ Sell เมื่อราคาเข้ามาในโซน:
-
Aggressive Entry: ตั้ง Pending Order (Sell Limit) ที่ขอบล่างของโซน
-
Conservative Entry: รอให้เกิดแท่งเทียนยืนยันการกลับตัวเป็นขาลง (เช่น Bearish Engulfing) ในโซนนั้นๆ ก่อน แล้วจึงเข้า Sell
-
🛡️ การตั้งค่า Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP)
การบริหารความเสี่ยงคือหัวใจที่จะทำให้คุณอยู่รอดในตลาดได้
-
การตั้ง Stop Loss (SL):
-
สำหรับออเดอร์ Buy: ตั้ง SL ไว้ ใต้จุดต่ำสุด (Low) ของโซน Demand เล็กน้อย เพื่อเผื่อระยะสำหรับความผันผวน
-
สำหรับออเดอร์ Sell: ตั้ง SL ไว้ เหนือจุดสูงสุด (High) ของโซน Supply เล็กน้อย
-
-
การตั้ง Take Profit (TP):
-
🎯 วิธีที่ 1 (เป้าหมายโครงสร้างราคา): ตั้ง TP ที่โซน Supply/Demand ฝั่งตรงข้ามที่ใกล้ที่สุด
-
ถ้า Buy ในโซน Demand, ให้ตั้ง TP ที่โซน Supply ถัดไป
-
ถ้า Sell ในโซน Supply, ให้ตั้ง TP ที่โซน Demand ถัดไป
-
-
🎯 วิธีที่ 2 (High/Low สำคัญ): ตั้ง TP ที่จุดสูงสุด (High) หรือ จุดต่ำสุด (Low) ที่มีความสำคัญก่อนหน้า ซึ่งเป็นจุดที่ตลาดมีแนวโน้มจะวิ่งไปหา (Liquidity)
-
🎯 วิธีที่ 3 (Risk-to-Reward Ratio): กำหนดอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่คุ้มค่า เช่น 1:2 R:R เป็นอย่างน้อย หมายความว่า ถ้าระยะ Stop Loss ของคุณคือ 50 pips ระยะทำกำไรของคุณควรจะเป็น 100 pips ขึ้นไป
-
สรุป: ระบบเทรด Supply & Demand นี้มีประสิทธิภาพสูงเมื่อใช้อย่างถูกวิธี สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความอดทน ในการรอให้ราคาเข้าสู่โซนที่วางแผนไว้, วินัย ในการตั้ง SL/TP ตามระบบ และ การบริหารความเสี่ยง ที่ดีเสมอ ควรทำการทดสอบย้อนหลัง (Backtest) และฝึกฝนในบัญชีทดลอง (Demo) จนเกิดความชำนาญก่อนนำไปใช้กับเงินจริง
ละเอียดดี🙏
ทิ้งคำตอบไว้
- 45 ฟอรัม
- 3,466 หัวข้อ
- 10.7 K กระทู้
- 267 ออนไลน์
- 4,353 สมาชิก






