coverอันดับนักแข่งเทรดมือ
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

Binary Options คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเทรดมือใหม่

3 กระทู้
3 ผู้ใช้
4 Reactions
399 เข้าชม
James Albert
(@james-albert)
สมาชิก
โพสครบ 20 กะทู้
โพสกะทู้ครบ 300
โพสกะทู้ครบ 1000
ผู้มีส่วนร่วมสูงสุด
Rank E
เข้าร่วม: 1 ปี ที่ผ่านมา
กระทู้: 513
หัวข้อเริ่มต้น  

ในโลกของการลงทุนและเทรดออนไลน์ มีเครื่องมือทางการเงินหลายประเภทที่นักลงทุนสามารถเลือกใช้ได้ หนึ่งในนั้นคือ Binary Options และ CFD (Contracts for Difference) ซึ่งแม้จะมีจุดประสงค์เพื่อการเก็งกำไรในทิศทางของราคาเหมือนกัน แต่ก็มีลักษณะและวิธีการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะอธิบายถึง Binary Options Trading, ความแตกต่างจาก CFD Trading, และนำเสนอแนวคิดและกลยุทธ์สำหรับการเทรด Binary Options

Binary Options Trading คืออะไร?

Binary Options หรือ "ออปชันไบนารี" คือตราสารอนุพันธ์ทางการเงินชนิดหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนแบบ "ทั้งหมดหรือไม่มีเลย" (all-or-nothing) ผู้เทรดจะทำการคาดการณ์ทิศทางของราคาของสินทรัพย์อ้างอิง (เช่น หุ้น, สกุลเงิน, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนี) ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากคาดการณ์ถูกจะได้รับผลตอบแทนคงที่ที่ระบุไว้ล่วงหน้า แต่หากคาดการณ์ผิดจะสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดที่ใช้ในการเทรดนั้น

ลักษณะสำคัญของ Binary Options:

  • คาดการณ์ทิศทาง: ผู้เทรดเพียงแค่ต้องคาดการณ์ว่าราคาของสินทรัพย์จะสูงขึ้น (Call/Up) หรือต่ำลง (Put/Down) จากราคาปัจจุบันเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการเทรด
  • ระยะเวลาจำกัด: การเทรด Binary Options มีระยะเวลาที่แน่นอน ตั้งแต่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงหลายนาที, ชั่วโมง หรือแม้แต่วัน
  • ผลตอบแทนคงที่: หากการคาดการณ์ถูกต้อง ผู้เทรดจะได้รับผลตอบแทนที่เป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ของเงินลงทุน (โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 70-95%)
  • ความเสี่ยงคงที่: หากการคาดการณ์ผิด ผู้เทรดจะสูญเสียเงินลงทุนเต็มจำนวนที่ใช้ในการเทรดนั้นๆ ไม่มี Over-loss

ความแตกต่างระหว่าง Binary Options Trading และ CFD Trading

แม้ทั้ง Binary Options และ CFD จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็งกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคา แต่มีกลไกการทำงานและความเสี่ยงที่แตกต่างกันอย่างมาก:

 

Binary Options Trading Strategy & Ideas (กลยุทธ์และแนวคิด)

การเทรด Binary Options แม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็ต้องอาศัยการวิเคราะห์และการจัดการความเสี่ยงที่ดีเช่นกัน นี่คือกลยุทธ์และแนวคิดบางประการ:

  1. การวิเคราะห์แนวโน้ม (Trend Following):

    • แนวคิด: ราคาของสินทรัพย์มักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง
    • การนำไปใช้: หากเห็นแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ให้พิจารณาเปิด Call Option และหากเห็นแนวโน้มขาลง ให้พิจารณาเปิด Put Option
    • เครื่องมือ: ใช้ Indicator เช่น Moving Average (MA) เพื่อระบุแนวโน้ม
  2. การวิเคราะห์แนวรับและแนวต้าน (Support and Resistance):

    • แนวคิด: ระดับราคาที่ตลาดมักจะหยุดหรือกลับตัว (แนวรับคือระดับที่ราคาไม่ค่อยต่ำกว่านี้ และแนวต้านคือระดับที่ราคาไม่ค่อยสูงกว่านี้)
    • การนำไปใช้: เมื่อราคาทดสอบแนวรับและมีสัญญาณการกลับตัวขึ้น ให้พิจารณา Call Option เมื่อราคาทดสอบแนวต้านและมีสัญญาณการกลับตัวลง ให้พิจารณา Put Option
    • เครื่องมือ: วาดเส้นแนวรับและแนวต้านบนกราฟราคา
  3. กลยุทธ์การกลับตัว (Reversal Strategy):

    • แนวคิด: ตลาดไม่ได้เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงเสมอไป เมื่อราคาเคลื่อนที่มากเกินไปในทิศทางหนึ่ง อาจมีการปรับฐานหรือกลับตัว
    • การนำไปใช้: ใช้ Oscillator Indicator เช่น RSI (Relative Strength Index) หรือ Stochastic Oscillator เพื่อระบุภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือขายมากเกินไป (Oversold) เมื่อ RSI สูงกว่า 70 (Overbought) ให้พิจารณา Put Option และเมื่อ RSI ต่ำกว่า 30 (Oversold) ให้พิจารณา Call Option
    • ข้อควรระวัง: ต้องใช้ร่วมกับการยืนยันสัญญาณจาก Price Action หรือ Indicator อื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเทรดสวนแนวโน้มที่แข็งแกร่ง
  4. การใช้ Candlestick Patterns (รูปแบบแท่งเทียน):

    • แนวคิด: รูปแบบของแท่งเทียนสามารถบ่งบอกถึงความรู้สึกของตลาดและทิศทางราคาในอนาคตได้
    • การนำไปใช้: ศึกษาและจดจำรูปแบบแท่งเทียนที่สำคัญ เช่น Doji, Hammer, Engulfing Pattern, Pin Bar เพื่อใช้เป็นสัญญาณในการเข้าเทรด
    • ตัวอย่าง: หากเห็น Hammer ที่แนวรับ อาจเป็นสัญญาณ Buy
  5. การจัดการเงินทุน (Money Management):

    • แนวคิด: เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเทรด Binary Options เนื่องจากการขาดทุนแต่ละครั้งคือ 100% ของเงินที่ลงไป
    • การนำไปใช้:
      • กำหนดเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง: ไม่ควรลงทุนเกิน 1-5% ของเงินทุนรวมในแต่ละการเทรด
      • หลีกเลี่ยงการเทรดมากเกินไป (Overtrading): อย่าพยายามเทรดทุกครั้งที่เห็นโอกาส รอสัญญาณที่ชัดเจนเท่านั้น
      • อย่าไล่ตามการขาดทุน (Don't Chase Losses): เมื่อขาดทุนแล้ว อย่าพยายามเทรดเพิ่มเพื่อเอาคืนทันที อาจทำให้ขาดทุนหนักขึ้น
  6. การเลือก Timeframe ที่เหมาะสม:

    • แนวคิด: Binary Options มีหลาย Timeframe ตั้งแต่ 30 วินาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง
    • การนำไปใช้:
      • Timeframe สั้น (เช่น 60 วินาที - 5 นาที): เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความตื่นเต้นและเห็นผลเร็ว แต่มีความผันผวนสูงและวิเคราะห์ยากกว่า
      • Timeframe ยาว (เช่น 15 นาทีขึ้นไป): มีสัญญาณที่น่าเชื่อถือกว่าและมีเวลาในการวิเคราะห์มากขึ้น เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
  7. การใช้บัญชีทดลอง (Demo Account):

    • แนวคิด: ฝึกฝนและทดสอบกลยุทธ์โดยไม่ใช้เงินจริง
    • การนำไปใช้: ก่อนที่จะลงทุนด้วยเงินจริง ให้ใช้บัญชีทดลองเพื่อทำความเข้าใจแพลตฟอร์ม, ทดสอบกลยุทธ์ต่างๆ และสร้างความมั่นใจในการเทรด

ข้อควรระวังในการเทรด Binary Options

  • ความเสี่ยงสูง: แม้ผลตอบแทนจะดูน่าดึงดูด แต่ความเสี่ยงในการสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดนั้นสูงมาก
  • ไม่มีการควบคุมความเสี่ยงแบบยืดหยุ่น: ผู้เทรดไม่สามารถกำหนด Stop-Loss หรือ Take-Profit ได้เหมือน CFD
  • ความผันผวน: ตลาด Binary Options มักจะมีความผันผวนสูง ทำให้การคาดการณ์เป็นไปได้ยาก
  • การเลือกโบรกเกอร์: ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการกำกับดูแล และมีประวัติที่ดี

สรุป

Binary Options Trading เป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีความเฉพาะตัว โดยเน้นการคาดการณ์ทิศทางของราคาในระยะเวลาที่จำกัด ด้วยผลตอบแทนที่คงที่แต่ความเสี่ยงในการสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Binary Options และ CFD รวมถึงการนำกลยุทธ์การวิเคราะห์ตลาดและการบริหารจัดการเงินทุนมาใช้อย่างรอบคอบ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในการเทรด และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยเงินจริงเสมอ

 

 

 



   
อ้างอิง
Bangron
(@bangron)
สมาชิก
โพสครบ 20 กะทู้
Rank F
เข้าร่วม: 8 เดือน ที่ผ่านมา
กระทู้: 70
 

ขอบคุนคับ ละเอียดมาก



   
ตอบอ้างอิง
ผมอ่ะ..อึ้มมมม
(@tom4556)
สมาชิก
โพสครบ 20 กะทู้
Rank F
เข้าร่วม: 8 เดือน ที่ผ่านมา
กระทู้: 74
 

ขอบคุนครับความรุ้ดีๆ🙏



   
ตอบอ้างอิง

ทิ้งคำตอบไว้

ชื่อผู้แต่ง

อีเมลผู้เขียน

ตำแหน่ง *

You are not allowed to attach files on this forum. It is possible that you have not reached the minimum required number of posts, or your user group does not have permission to attach files in this forum.
 
ดูตัวอย่าง แก้ไข 0 ครั้ง บันทึกแล้ว
แบ่งปัน: