แนวทางเทรดทอง
1. วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำในปีนี้ที่คุณต้องติดตาม:
• นโยบายการเงินของ FED: การคาดการณ์เรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นแรงหนุนหลัก หากดอกเบี้ยลด ต้นทุนการถือครองทองคำจะต่ำลง ทำให้ราคามีโอกาสพุ่งต่อ
• ธนาคารกลางทั่วโลก (Central Banks): ยังคงเป็น "ผู้ซื้อสุทธิ" (Net Buyer) ต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีนและกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization)
• ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics): ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและประเด็นการเมืองสหรัฐฯ เป็นปัจจัยเร่งให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)
• ค่าเงินบาท: สำหรับคนเทรดทองไทย ต้องระวังจังหวะบาทแข็งค่า ซึ่งอาจทำให้ราคาทองในประเทศไม่พุ่งแรงเท่าราคาทองโลก
2. กลยุทธ์การเทรด (Trading Strategies)
สำหรับมือใหม่ (เน้นความเสี่ยงต่ำ)
• DCA (Dollar Cost Averaging): ทยอยสะสมทองคำแท่งหรือออมทองเป็นรายเดือน เพื่อเฉลี่ยต้นทุนในช่วงที่ราคามีความผันผวนสูง
• Buy on Dip: รอจังหวะที่ราคา "ย่อตัว" ลงมาแตะแนวรับสำคัญแล้วค่อยเข้าซื้อ แทนการไล่ราคาที่จุดสูงสุด
สำหรับการเทรดเก็งกำไร (Technical Analysis)
• Trend Following: ใช้เส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 หรือ EMA 200 เพื่อระบุแนวโน้ม หากราคายืนเหนือเส้นได้ ให้เน้นฝั่ง Buy
• Breakout Trading: วางคำสั่งซื้อเมื่อราคาพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญ (เช่น $4,800 หรือ $5,000) พร้อมปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น
• ช่วงเวลาที่เหมาะสม: เน้นเทรดช่วงตลาดลอนดอนคาบเกี่ยวกับนิวยอร์ก (ประมาณ 19:00 - 23:00 น. เวลาไทย) ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพคล่องสูงสุด
3. กรอบราคาและแนวรับ-แนวต้าน (กุมภาพันธ์ 2569)
จากการวิเคราะห์ล่าสุด ราคามีแนวโน้มเคลื่อนไหวดังนี้:
| รายการ | แนวรับสำคัญ | แนวต้านสำคัญ |
| :--- | :--- | :--- |
| Gold Spot (USD) | $4,500 / $4,600 | $4,885 / $5,000 |
| ทองคำแท่งไทย (บาท) | 69,000 - 70,500 | 72,000 - 74,500 |
ทิ้งคำตอบไว้
- 45 ฟอรัม
- 3,475 หัวข้อ
- 10.7 K กระทู้
- 365 ออนไลน์
- 4,358 สมาชิก




