แนวทางเทรดทอง
การเทรดทองคำในปี 2026 เป็นช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงและทำระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (All-time High) อย่างต่อเนื่อง โดยราคาวิ่งอยู่แถว $4,800 - $5,600 ต่อออนซ์ (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา) แนวทางที่ควรใช้จึงต้องผสมผสานทั้งการอ่านปัจจัยมหภาคและการใช้เทคนิคที่แม่นยำครับ
นี่คือสรุปแนวทางการเทรดทองคำที่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน:
1. วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
ในปี 2026 มีปัจจัยบวกหลักที่หนุนราคาทองคำ ซึ่งคุณต้องติดตามอย่างใกล้ชิด:
• นโยบายดอกเบี้ยของ Fed: หากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย จะลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองคำ ทำให้ราคามีแนวโน้มไปต่อ
• วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค (เช่น สถานการณ์ในเวเนซุเอลา หรือความตึงเครียดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน) ยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้ทองคำทำหน้าที่เป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย"
• การเข้าซื้อของธนาคารกลาง: ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องเพื่อกระจายความเสี่ยงจากค่าเงินดอลลาร์
• ค่าเงินบาท: สำหรับคนเทรดทองแท่งในไทย ต้องดู USD/THB ประกอบ หากบาทอ่อนค่า ราคาทองในไทยจะแพงกว่าราคาโลก
2. กลยุทธ์ทางเทคนิค (Technical Strategy)
เนื่องจากราคาทำ High ใหม่เรื่อยๆ การหาแนวต้านด้านบนจะยากขึ้น แนะนำให้ใช้เทคนิคเหล่านี้:
• Trend Following (ซื้อตามเทรนด์): เน้นฝั่ง "Buy On Dip" หรือการรอให้ราคาย่อตัวลงมาแตะแนวรับสำคัญ (เช่น เส้น EMA 50 หรือ 200 วัน) แล้วค่อยเข้าซื้อ ไม่แนะนำให้ Sell สวนเทรนด์ขาขึ้นที่รุนแรง
• แนวรับ-แนวต้านเชิงจิตวิทยา: ในปีนี้เลขกลมๆ อย่าง $4,500, $5,000 หรือ $5,500 จะทำหน้าที่เป็นจุดพักตัวหรือจุดทดสอบที่สำคัญ
• ใช้ RSI และ MACD: ระวังภาวะ Overbought (ซื้อมากเกินไป) ในกราฟ Day หรือ Week หาก RSI สูงเกิน 70-80 อาจเกิดการปรับฐาน (Correction) แรงๆ ได้เสมอ
3. การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
ทองคำมีความผันผวนสูงมาก (Volatility) การเทรดแบบไม่มีวินัยอาจทำให้พอร์ตแตกได้ง่าย:
• Risk per Trade: ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
• Stop Loss: ต้องมีจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจนทุกครั้ง โดยวางไว้หลังแนวรับที่สำคัญ
• Position Sizing: คำนวณขนาดสัญญา (Lot) ให้เหมาะสมกับระยะห่างของ Stop Loss เพื่อคุมจำนวนเงินที่เสียให้คงที่
ทิ้งคำตอบไว้
- 45 ฟอรัม
- 3,460 หัวข้อ
- 10.7 K กระทู้
- 309 ออนไลน์
- 4,351 สมาชิก




