coverอันดับนักแข่งเทรดมือ
บันทึกเหตุการณ์ทองค...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

บันทึกเหตุการณ์ทองคำ: เมื่อตลาดปรับฐานกว่า 900 ดอลลาร์ ใน 48 ชั่วโมง บทเรียนจากอดีตสู่ความเร็วของโลกการเงินยุคใหม่

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
7 เข้าชม
(@bearrescuecenter)
สมาชิก
Rookie
เข้าร่วม: 2 วัน ที่ผ่านมา
กระทู้: 4
หัวข้อเริ่มต้น  

บันทึกเหตุการณ์ทองคำ: เมื่อตลาดปรับฐานกว่า 900 ดอลลาร์ ใน 48 ชั่วโมง บทเรียนจากอดีตสู่ความเร็วของโลกการเงินยุคใหม่

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดทองคำได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ทำให้เราทุกคนต้องตื่นตัว กับการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากจุดสูงสุดบริเวณ 5,600 ดอลลาร์ ลงมาปิดตลาดภาคค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา ต่ำกว่าระดับ 4,700 ดอลลาร์

สิ่งที่น่าตกใจคือ การปรับลดลงกว่า 500 ดอลลาร์ เกิดขึ้นในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง และรวมแล้วปรับลงกว่า 900 ดอลลาร์ ภายในระยะเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง ซึ่งสถานการณ์อาจยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากตลาดปิดทำการสุดสัปดาห์ และเราจำเป็นต้องติดตามทิศทางในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผมขอพาทุกท่านย้อนดูสถิติ "การปรับฐานครั้งใหญ่ (Major Drawdown)" ในอดีตที่เกิน 500 ดอลลาร์ เปรียบเทียบกับปัจจุบัน ทั้งในแง่ของความลึก ระยะเวลา และการฟื้นตัวครับ


📉 เปรียบเทียบ 3 วิกฤตการณ์: ความลึก เวลา และการฟื้นตัว

1. วิกฤตยุค 1980: การซึมลงที่ยาวนาน (The Long Stagnation)

  • จุดสูงสุดสู่ต่ำสุด: จาก $850 (ปี 1980) ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ประมาณ $250 (ปี 1999)

  • 📉 การปรับลดลง (Drawdown): ลดลงประมาณ $600 คิดเป็น -70% จากจุดสูงสุด

  • ⏳ ระยะเวลาขาลง: ใช้เวลาถึง 19 ปี ในการลงสู่จุดต่ำสุด

  • 🔄 ระยะเวลาการฟื้นตัว (Recovery): ใช้เวลาอีก 9 ปี กว่าราคาจะกลับมายืนที่ $850 ได้อีกครั้งในปี 2008 (รวมวัฏจักรนี้กินเวลาเกือบ 28 ปี)

  • 📌 สรุป: เจ็บหนักสุด แต่เจ็บแบบช้าๆ (ต้มกบ) กินเวลารวมเกือบ 30 ปี

2. วิกฤตยุค 2011: การปรับฐานหลัง QE (The Post-Crisis Correction)

  • จุดสูงสุดสู่ต่ำสุด: จาก $1,920 (ก.ย. 2011) ลงไปต่ำสุดที่ $1,050 (ธ.ค. 2015)

  • 📉 การปรับลดลง (Drawdown): ลดลงประมาณ $870 คิดเป็น -45% จากจุดสูงสุด

  • ⏳ ระยะเวลาขาลง: ใช้เวลาประมาณ 4 ปี ในการสร้างฐานใหม่

  • 🔄 ระยะเวลาการฟื้นตัว (Recovery): ใช้เวลาอีก 5 ปี กว่าราคาจะกลับไปทำ New High เหนือ $1,920 ได้ในปี 2020 (รวมวัฏจักรนี้กินเวลาประมาณ 9 ปี)

  • 📌 สรุป: เป็นรอบวัฏจักรปกติ มีจังหวะรีบาวด์ให้หายใจ

3. เหตุการณ์มกราคม 2026 (ปัจจุบัน): ปรากฏการณ์ความเร็วสูง (The Flash Crash)

  • จุดสูงสุดสู่ต่ำสุด (ล่าสุด): จาก ~$5,600 ลงมาปิดแถว ~$4,700

  • 📉 การปรับลดลง (Drawdown): ลดลงประมาณ $900 คิดเป็น -16% จากจุดสูงสุด (ในเบื้องต้น)

  • ⏳ ระยะเวลา: เกิดขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง (โดยช่วงที่ลงแรงที่สุด $500 เกิดขึ้นใน 1 ชั่วโมง)

  • 🔄 ระยะเวลาการฟื้นตัว (Recovery): ยังประเมินไม่ได้ ต้องติดตามสัปดาห์หน้า

  • 📌 สรุป: เปอร์เซ็นต์การลงยังน้อยกว่าอดีต แต่มูลค่าและความเร็วรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์


📊 บทวิเคราะห์: ทำไมครั้งนี้ถึงลงเร็วและแรง?

แม้เปอร์เซ็นต์การลง (-16%) จะยังน้อยกว่าในอดีต แต่ "มูลค่าที่เป็นตัวเงิน" และ "ความเร็ว" นั้นรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น สาเหตุหลักน่าจะมาจากปัจจัยเชิงโครงสร้างตลาด (Market Structure) มากกว่าปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว:

  1. ภาวะบังคับขาย (Forced Liquidation): เนื่องจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาสูงมากและเร็วมาก (Parabolic Move) ทำให้นักเก็งกำไรจำนวนมากใช้ "อัตราทด" (Leverage) สูง เมื่อราคาหักหัวลงแรง จึงเกิดการบังคับปิดสถานะ หรือ Margin Call เป็นลูกโซ่

  2. การเทรดด้วยอัลกอริทึม (Algorithmic Trading): ในยุคปัจจุบัน คำสั่งขายจำนวนมหาศาลถูกส่งจากระบบคอมพิวเตอร์อัตโนมัติเมื่อราคาหลุดแนวรับสำคัญทางเทคนิค ทำให้เกิดแรงเทขายที่รวดเร็วกว่าการตัดสินใจของมนุษย์

  3. ปัญหาสภาพคล่องชั่วคราว (Liquidity Gap): การที่ราคาลง $500 ในชั่วโมงเดียว บ่งบอกถึงภาวะที่ "ไม่มีคนรับซื้อ" ในช่วงเวลานั้น ทำให้ราคาไหลลงอย่างรวดเร็ว (Slippage) จนกว่าจะเจอจุดที่มีแรงซื้อรออยู่


💡 มุมมองสำหรับผู้ลงทุน

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ในโลกการเงินยุคใหม่ "ความเสี่ยงเรื่องความผันผวน (Volatility Risk)" มีความรุนแรงและรวดเร็วกว่าในอดีตมาก

สำหรับนักลงทุนระยะยาว นี่อาจเป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้นในแนวโน้มขาขึ้นใหญ่ แต่สำหรับนักเก็งกำไรระยะสั้น เหตุการณ์นี้คือบทเรียนสำคัญเรื่องการบริหารหน้าตักและการตั้งจุดตัดขาดทุนที่เคร่งครัดครับ

สัปดาห์หน้าเราคงต้องติดตามกันต่อว่า ตลาดจะสามารถสร้างฐานและหยุดเลือดที่บริเวณนี้ได้หรือไม่ ขอให้ทุกท่านลงทุนอย่างมีสติและระมัดระวังครับ


💡 คำแนะนำสำหรับสัปดาห์หน้า เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า "ความเสี่ยงเรื่องความผันผวน (Volatility)" ในยุคปัจจุบัน รุนแรงกว่าอดีตมาก ใครที่พอร์ตเสียหาย ขอให้ตั้งสติและประเมินสถานะใหม่ ส่วนใครที่รอจังหวะ ตลาดแบบนี้คือโอกาสในการเรียนรู้พฤติกรรมราคา แต่ต้องไม่ประมาทครับ


📌 ข้อสังเกต: จะเห็นว่าแม้ครั้งนี้มูลค่าเงินที่หายไปจะดูเยอะ ($900) แต่ถ้าคิดเป็น % ยังถือว่าน้อยกว่าวิกฤตในอดีตมากครับ (-16% vs -70%) เพียงแต่ความน่ากลัวคือ "มันเกิดขึ้นใน 2 วัน" ไม่ใช่ 19 ปีครับ!


Disclaimer: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้และข้อมูลทางสถิติย้อนหลังเท่านั้น มิได้มีเจตนาชี้นำการซื้อขาย หรือการันตีทิศทางราคาในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน



   
อ้างอิง

ทิ้งคำตอบไว้

ชื่อผู้แต่ง

อีเมลผู้เขียน

ตำแหน่ง *

You are not allowed to attach files on this forum. It is possible that you have not reached the minimum required number of posts, or your user group does not have permission to attach files in this forum.
 
ดูตัวอย่าง แก้ไข 0 ครั้ง บันทึกแล้ว
แบ่งปัน: