coverอันดับนักแข่งเทรดมือ
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

2%. คือไรหรอ

2 กระทู้
2 ผู้ใช้
1 Reactions
127 เข้าชม
(@sasapoo7714)
สมาชิก
เข้าร่วม: 9 เดือน ที่ผ่านมา
กระทู้: 1
หัวข้อเริ่มต้น  

2% คือ

 



   
JookJeek7 reacted
อ้างอิง
JookJeek7
(@jookjeek7)
สมาชิก
เข้าร่วม: 9 เดือน ที่ผ่านมา
กระทู้: 95
 
บทความ > อะไรคือกฎ 2% ที่ “เทรดเดอร์” ควรจะรู้?
 น.

อะไรคือกฎ 2% ที่ “เทรดเดอร์” ควรจะรู้?

ทุกวันนี้มี “เทรดเดอร์” เยอะขึ้นมากหลังจากมีกระแสคริปโตในโลก และทำให้คนแห่มาเป็นเทรดเดอร์หน้าใหม่กันเต็มไปหมด

แน่นอนใครก็รู้ว่าตอน “ตลาดขาขึ้น” เทรดยังไงก็ได้กำไร แต่พอตลาดมัน “ไซด์เวย์” หรือเป็น “ขาลง” เหล่าเทรดเดอร์ก็ต้องใช้ “ฝีมือ” มากขึ้นเพื่ออยู่รอดในตลาดคริปโต

ในโลกแบบนี้สำหรับนักเทรดอาชีพสิ่งที่ต้องทำก็คือ “เรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยง”

แน่นอนสำหรับเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยง หลายคนคงรู้ว่าพื้นฐานก็คือ การกระจายสินทรัพย์ให้หลากหลาย อย่าไป “All In” หรือลงหมดหน้าตักกับอะไร

อันนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว…แต่ประเด็นในทางปฏิบัติจริง ๆ คือ แล้วเมื่อไรเราถึงจะตระหนักได้ว่า การลงทุนของเราผิดพลาดแล้วเราจะ “ถอย” ล่ะ? เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ใช่โยน ๆ เงินไปแล้วจะได้กำไรหมด

ตรงนี้…ถ้าเป็นนักลงทุนระยะยาวเขาก็อาจมีแนวทางของเขาเรื่องการจัดการกับ “พื้นฐาน” ที่เปลี่ยนไปอะไรก็ว่าไป แต่สำหรับเทรดเดอร์และนักอ่านกราฟทั้งหลาย มันมีเทคนิคพื้นฐานในการป้องกันตัวเองจากความเสียหายได้ และเทคนิคนี้มันเรียกว่า “กฎ 2%”

กฎ 2% นั้น หลัก ๆ คือ เราก็ไม่ควรจะเสียเงินเกิน 2% ของเงินเทรดทั้งก้อนของเรากับการเทรดครั้งใดครั้งหนึ่ง ซึ่งนี่จะทำให้การที่เรา “เทรดพลาด” ติดกัน 10 ครั้ง เราก็จะเสียไปเพียงแค่ 20% ของเงินเทรดทั้งก้อน

มาตรการแบบนี้ถูกสร้างมาเพื่อป้องกันไม่ให้เรา “มั่นใจเกินไป” กับการเทรด และถือสินทรัพย์ยาวนานจนมูลค่ามันพังเละเทะ ซึ่งการทำแบบที่ว่ามันจะทำให้เราไม่รอดในตลาด

แล้วในทางปฏิบัติจริง ๆ มันทำยังไง? เราขอยกตัวอย่างชัด ๆ

สมมติว่าก้อนเงินเทรดของเราคือ 100,000 บาท เราก็จะเห็นว่า 2% มันคือ 2,000 บาท ดังนั้น สิ่งที่เราต้องทำคือ “ห้ามให้การเทรดครั้งนึงทำเราสูญเงินเกิน 2,000 บาทเด็ดขาด”

ทีนี้ สมมติเราคิดว่า เหรียญ A กำลังราคาขึ้น ตอนนี้ราคามันอยู่ที่เหรียญละ 1,000 บาท  เราก็ซื้อมันไปสัก 20 เหรียญ เสียเงินไป 20,000 บาท (ขอสมมติว่าไม่มีค่าธรรมเนียมเพื่อความชัดในการคำนวณ เพราะความจริงตามหลักมันต้องรวมด้วย แต่รวมแล้วจะทำให้เลขมันรุงรังมาก)

แน่นอนว่าเรามั่นใจมากว่ามันจะขึ้น ไม่งั้นเราไม่ซื้อหรอก แต่ปัญหาคือ “ถ้ามันลง” ล่ะ เท่าไรเราถึงจะถอย? และตรงนี้กฎ 2% จะมาช่วยเราตั้ง Stop Loss หรือตั้งขายอัตโนมัติเผื่อราคามันลงฮวบ

เราเสียในการเทรดต่อ 1 ครั้งได้เต็มที่ 2,000 บาท ดังนั้นมันก็ชัดเจนว่า ในการเทรดครั้งนี้ที่เงินเราลงไป 20,000 บาท เรายอมรับความเสียหายได้ 10% ซึ่งเราซื้อเหรียญมา 1,000 บาท เรารับไม่ได้ถ้ามันลงเกินกว่านี้ไป 10% ดังนั้น มันก็ชัดว่าจุดที่เราจะตั้ง Stop Loss ทันทีหลังการซื้อ ก็คือที่ราคา 900 บาท หรือถ้ามันร่วงลงมาถึง 900 บาท เราก็พร้อมจะเผ่นด้วยการตั้งขายแบบอัตโนมัติ (ส่วนถ้าราคามันขึ้น เราก็เด้ง Stop Loss มาในจุดที่เราได้กำไรแน่ ๆ เลย และถ้ามันขึ้นอีก เราก็เลื่อน Stop Loss ตามราคาขึ้นไปห่าง ๆ ตามโมเมนตัมของตลาดไป เพราะเราไม่รู้มันจะขึ้นไปสุดเมื่อไร เรารู้แค่ถ้าราคามันกลับมาขาลง ยังไงเราก็กำไร)

นี่คือหลักการง่าย ๆ ของการเทรด ใช้ได้กับสินทรัพย์ทุกอย่าง ใช้ได้กับบัญชีปกติยันบัญชีมาร์จิ้น เพราะไม่ว่าจะเทรดอะไร พื้นฐานการ “บริหารจัดการความเสี่ยง” มันเหมือนกันหมด



   
ตอบอ้างอิง

ทิ้งคำตอบไว้

ชื่อผู้แต่ง

อีเมลผู้เขียน

ตำแหน่ง *

You are not allowed to attach files on this forum. It is possible that you have not reached the minimum required number of posts, or your user group does not have permission to attach files in this forum.
 
ดูตัวอย่าง แก้ไข 0 ครั้ง บันทึกแล้ว
แบ่งปัน: