ตั้ง MM ยังไงไม่ให้พอร์ตแตก ระบบไม่พังง่ายๆ
ตั้ง MM ยังไงไม่ให้พอร์ตแตกเพราะการเทรด Forex ไม่ใช่แค่เรื่องของการหาจุดเข้าเทรดดีๆ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ "การอยู่รอด" ถ้าคุณไม่มีแผนบริหารเงินทุน หรือ Money Management (MM) ที่ดี ต่อให้เทรดแม่นแค่ไหน สุดท้ายพอร์ตก็อาจแตกได้
MM เป็นเรื่องของการควบคุมความเสี่ยงและการวางแผนว่าคุณจะใช้ทุนเท่าไหร่ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง เพื่อให้สามารถเทรดได้ต่อเนื่อง ไม่หมดตัวจากการเสียเพียงไม่กี่ไม้
วันนี้มาดูกันว่าควรตั้ง MM ยังไงให้พอร์ตแข็งแกร่ง ไม่พังง่ายๆ
1. กำหนดความเสี่ยงต่อออเดอร์ ไม่ให้เสี่ยงเกินตัว
หลักการง่ายๆ
- อย่าเสี่ยงเกิน 1-2% ของพอร์ตต่อการเทรด 1 ออเดอร์
- ถ้าคุณมีพอร์ต $1,000 ความเสี่ยงต่อครั้งควรอยู่ที่ $10 - $20 เท่านั้น
ทำไมต้องกำหนดความเสี่ยง
- ถ้าเสี่ยงมากเกินไป เวลาเสียหลายไม้ติดกัน พอร์ตจะร่วงหนัก
- ถ้าเสี่ยงน้อยลง จะมีโอกาสให้แก้เกมในภายหลัง
คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์
- ใช้เครื่องคิดเลข MM เพื่อคำนวณลอตไซส์ให้พอดีกับพอร์ต
- ห้าม Overtrade หรือเปิดออเดอร์เยอะเกินไป เพราะจะทำให้พอร์ตพังเร็วขึ้น
2. ใช้ Risk-to-Reward Ratio ให้คุ้มค่า
Risk-to-Reward Ratio คืออะไร
คืออัตราส่วนระหว่างความเสี่ยง (SL) กับผลตอบแทนที่คาดหวัง (TP)
ตัวอย่างเช่น
- ถ้าเสี่ยง 10 pips แต่หวังกำไร 30 pips = RR 1:3
- ถ้าเสี่ยง 20 pips แต่หวังกำไร 40 pips = RR 1:2
ทำไมต้องใช้ RR ที่ดี
- ถึงแม้จะมีอัตราชนะเพียง 40-50% แต่ถ้าใช้ RR 1:2 หรือ 1:3 ก็ยังมีกำไรในระยะยาว
- ลดความกดดันในการเทรด เพราะเราไม่ต้องชนะทุกครั้งก็ยังมีกำไร
คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์
- ตั้ง TP และ SL ตามแนวรับแนวต้าน หรือ ATR เพื่อให้เหมาะกับสภาพตลาด
- ไม่ต้องตั้ง RR สูงเวอร์ เช่น 1:5 หรือ 1:10 เพราะโอกาสโดน SL ก่อนมีสูง
3. ไม่ใช้ Leverage เกินตัว
Leverage คืออะไร
Leverage ทำให้คุณสามารถเปิดออเดอร์ได้มากกว่าทุนที่มี เช่น
- Leverage 1:100 หมายถึง คุณสามารถเทรดได้มากกว่าทุน 100 เท่า
- Leverage 1:500 หมายถึง คุณสามารถเทรดได้มากกว่าทุน 500 เท่า
ทำไม Leverage สูงถึงอันตราย
- ยิ่ง Leverage สูง ขนาดออเดอร์ก็ใหญ่ขึ้น
- ถ้าราคาวิ่งผิดทางเพียงนิดเดียว พอร์ตอาจติดลบหนักและโดนล้างได้ง่าย
คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์
- ถ้าเป็นมือใหม่ แนะนำให้ใช้ Leverage ไม่เกิน 1:100 หรือ 1:200
- ถ้าเทรดสั้น (Scalping) อาจใช้ Leverage สูงได้ แต่ต้องตั้ง SL เสมอ
4. ห้ามเทรดหนักเมื่อพอร์ตติดลบ
อาการ "หัวร้อน" คือจุดเริ่มต้นของพอร์ตแตก
- เทรดเดอร์หลายคนเมื่อเสียไปแล้ว จะพยายาม "เอาคืน"
- เปิดไม้ใหญ่ขึ้น ทบไม้ (Martingale)
- ผลสุดท้าย ถ้าผิดทางอีก พอร์ตจะร่วงเร็วมาก
คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์
- ถ้าขาดทุนติดกัน 3-5 ไม้ ให้หยุดพักก่อน อย่าเพิ่งรีบเข้าเทรดใหม่
- ตั้ง Daily Loss Limit เช่น ถ้าเสียเกิน 5% ของพอร์ตในวันนั้น ให้หยุดเทรดทันที
5. อย่าถือออเดอร์แบบไร้แผน ตั้ง SL และ TP ทุกครั้ง
ทำไมต้องตั้ง SL และ TP
- SL ช่วยจำกัดการขาดทุน ไม่ให้เสียหนักเกินไป
- TP ช่วยล็อกกำไร ไม่ต้องเฝ้ากราฟตลอดเวลา
- ถ้าไม่มี SL ออเดอร์อาจติดลบหนักจนพอร์ตพัง
คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์
- อย่าตั้ง SL และ TP แบบสุ่ม ควรใช้แนวรับแนวต้านหรือ Fibonacci
- ถ้ารู้สึกว่าตั้ง SL ใกล้ไป ให้ใช้ Position Sizing เพื่อให้รับความเสี่ยงได้มากขึ้น
6. กระจายความเสี่ยง อย่าทุ่มหมดตัวกับคู่เงินเดียว
ทำไมต้องกระจายความเสี่ยง
- ถ้าคุณเทรดแค่คู่เดียว เช่น EUR/USD แล้วกราฟวิ่งผิดทาง พอร์ตจะเสียหนัก
- ถ้ากระจายไปเทรดหลายคู่ที่ไม่สัมพันธ์กัน จะลดโอกาสพอร์ตเสียหายหนัก
คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์
- อย่าเทรดแค่คู่เดียว ลองดู GBP/JPY, USD/CHF, XAU/USD (ทองคำ)
- ศึกษาความสัมพันธ์ของคู่เงิน เช่น EUR/USD กับ USD/CHF มักวิ่งสวนกัน
สรุป ตั้ง MM ยังไงให้พอร์ตอยู่รอด
✅ เสี่ยงแค่ 1-2% ต่อไม้ อย่า Overtrade ไม่งั้นก็แตก
✅ ใช้ Risk-to-Reward Ratio ที่เหมาะสม อย่างน้อย 1:2
✅ อย่าใช้ Leverage สูงเกินไป คุมความเสี่ยงให้ดี
✅ ขาดทุนติดกันต้องหยุด อย่าพยายามเอาคืนแบบไม่มีแผน
✅ ตั้ง SL และ TP ทุกครั้ง อย่าถือออเดอร์มั่วๆ
✅ กระจายความเสี่ยง ไม่ทุ่มหมดตัวกับคู่เดียว
MM ไม่ใช่แค่เรื่องของการ "ทำกำไร" แต่เป็นเรื่องของ "การอยู่รอด" ในตลาดระยะยาว
ทิ้งคำตอบไว้
-
ใบอนุญาต FSMA (The Financial Services and Markets Authority)
14 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
-
เทรด Forex เป็นอาชีพ…เป็นไปได้จริง หรือแค่ฝัน?
6 วัน ที่ผ่านมา
-
Forex 3D สรุปทุกอย่าง! กลโกง, ผลกระทบ, บทเรียน
1 สัปดาห์ ที่ผ่านมา
-
Arbitrage Forex เทคนิคทำกำไรจากช่องว่างราคา... เหมือนเดินตลาดหาของถูกขายแพง!
2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา
-
การใช้ความหลากหลายของกลยุทธ์ในการเทรด Forex เคล็ดลับสู่ผลลัพธ์ที่ดี
3 เดือน ที่ผ่านมา
- 41 ฟอรัม
- 1,315 หัวข้อ
- 3,703 กระทู้
- 68 ออนไลน์
- 1,444 สมาชิก