การmm
บทความ: Money Management (MM) สำหรับการเทรดแบบเข้าใจง่าย
การเทรดให้ “รอด” สำคัญพอ ๆ กับการเทรดให้ “กำไร” และสิ่งที่ช่วยให้รอดก็คือ Money Management (MM) หรือการบริหารเงินในการเทรดนั่นเอง หลายคนมักใส่ใจกับเทคนิคหรือสัญญาณเข้าออกมากกว่า แต่จริง ๆ แล้ว MM คือหัวใจของการเทรดระยะยาว
📌
1. Money Management คืออะไร?
MM คือการวางแผนว่าเราจะ เสี่ยงเท่าไหร่ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง, ควรใช้เงินเท่าไหร่, ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และแบ่งไม้ซื้อขายอย่างไร เพื่อให้พอร์ตอยู่รอดแม้เจอการขาดทุนต่อเนื่อง
เป้าหมายของ MM คือ “รักษาทุน” และ “ควบคุมความเสี่ยง”
📌
2. หลักการ MM ที่เทรดเดอร์ใช้กันเยอะ
✔ 1) เสี่ยงไม่เกิน 1–2% ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
ตัวอย่าง:
พอร์ต 10,000 บาท → เสี่ยงครั้งละ 1% = 100 บาท
ถ้าขาดทุน 10 ครั้งติด พอร์ตก็ยังไม่พัง
✔ 2) ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง
STOP LOSS คือเบรกป้องกันไม่ให้การเทรดเสียหายหนัก
ไม่ตั้ง SL = ปล่อยให้ความเสี่ยงโตขึ้นเรื่อย ๆ
✔ 3) ใช้ Risk/Reward Ratio
คืออัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน เช่น
- เสี่ยง 1 ส่วน เพื่อหวังผลตอบแทน 2 ส่วน = RR 1:2
ถ้า RR ดี แม้ชนะไม่เยอะก็ยังมีกำไรได้
✔ 4) ไม่ทุ่มหมดหน้าไม้
ไม่ควรเอาเงินทั้งหมดลงทีเดียว
เพราะถ้าผิดทางจะเจ็บหนัก ควรแบ่งเป็นหลายไม้ หรือค่อย ๆ เพิ่มขนาดเมื่อเทรดได้ดี
📌
3. MM ช่วยอะไรเวลาเทรด?
⭐ ช่วยให้อยู่ในตลาดได้ยาว
ถึงแพ้หลายครั้ง พอร์ตก็ยังไม่ล้มเพราะคุมความเสี่ยงไว้
⭐ ลดความเครียด
รู้ว่าขาดทุนสูงสุดต่อครั้งเป็นเท่าไหร่ ทำให้จิตใจนิ่งขึ้น
⭐ ทำให้ระบบเทรดทำงานจริง
ต่อให้ระบบดีแค่ไหน ถ้าไม่คุมเงิน ก็ขาดทุนหนักได้ง่าย
📌
4. ตัวอย่างระบบ MM ง่าย ๆ สำหรับผู้เริ่มศึกษา
นี่คือโครงแบบพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่ใช้:
- เสี่ยงครั้งละ 1% ของพอร์ต
- ตั้ง SL ชัดเจนทุกครั้ง
- เลือก RR ไม่ต่ำกว่า 1:2
- ถ้าแพ้ติดกัน 3 ครั้ง → ลดขนาดไม้ลง
- ถ้าชนะต่อเนื่อง → เพิ่มทีละนิดอย่างมีวินัย
นี่คือวิธีคิดแบบนักเทรดมืออาชีพ
📌
5. สรุปสั้น ๆ
เทคนิคการเข้าอาจทำให้ได้กำไรครั้งหนึ่ง แต่ MM ทำให้กำไรอยู่กับคุณตลอดไป
ถ้าอยากเทรดในระยะยาว MM สำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่การหาจุดเข้าออกที่สวยงาม
ทิ้งคำตอบไว้
- 45 ฟอรัม
- 3,457 หัวข้อ
- 10.7 K กระทู้
- 224 ออนไลน์
- 4,347 สมาชิก




