Pip และ Point คืออะไร ? มือใหม่ควรศึกษา ก่อนเริ่มเทรด


สำหรับในตลาด Forex เราคงจะได้ยินคำว่า Pip และ Point กันอยู่บ่อยๆ แต่นักเทรดมือใหม่ อาจจะยังไม่เข้าใจว่า Pip และ Point คืออะไร ? มีวิธีการนำไปใช้ ในการซื้อ – ขายแลกเปลี่ยนหรือเทรด Forex อย่างไร เพราะขนาดนักเทรดที่อยู่ในตลาด Forex มานานแล้ว บางคนยังนำไปใช้แบบไม่ถูกต้อง มีการเรียกสลับกันอีกด้วย วันนี้ทางเราจึงจะมาอธิบายเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของ Pip และ Point , วิธีการอ่านค่า และความแตกต่างกันระหว่าง Pip และ Point ดังนี้

pip point forex คือ

Pip และ Point คืออะไร ? คำนิยามของ Pip หมายความว่าอะไร ?

สำหรับผู้ที่กำลังสงสัยว่า Pip และ Point คืออะไร ? เราจะขออธิบายเกี่ยวกับความหมายของ Pip ก่อน เป็นอันดับแรก คือ Pip อ่านว่า “ปิ๊ป” หมายถึง หน่วยที่ใช้วัดปริมาณการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด Forex เป็นการอ่านค่าจุดทศนิยม หรือการนับจุดทศนิยม ในตำแหน่งที่ 2 และ 4 ซึ่งจะมีการอ่านค่า Pip คืออะไร นั้น สามารถดูตัวอย่าง ได้ดังนี้

ตัวอย่าง Pip

1. ราคาค่าเงินของคู่เงิน EUR/JPY อยู่ที่ 117.50 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ไปที่ราคา 117.55 เราจะอ่านค่าเงินคู่นี้ว่า คู่เงิน EUR/JPY มีการเคลื่อนที่ไป 5 Pip

2. ราคาค่าเงินของคู่เงิน USD/CAD อยู่ที่ 1.3300 จากนั้นราคาได้เคลื่อนที่ไปที่ราคา 1.3330 เราจะอ่านค่าเงินคู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CAD มีการเคลื่อนที่ไป 30 Pip

3. ราคาค่าเงินของคู่เงิน USD/CHF อยู่ที่ 0.9820 จากนั้นราคาได้เคลื่อนที่ไปที่ราคา 0.9860 เราจะอ่านค่าเงินคู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CHF มีการเคลื่อนที่ไป 40 Pip

pip และ point คือ

Point คืออะไร ? อ่านอย่างไร ในการเทรด Forex

เมื่อทราบความหมายของ Pip แล้ว ในการหาคำตอบของ Pip และ Point คือ อะไร ? ต่อไป คือคำว่า Point อ่านว่า “พอยท์ หรือ จุด” หมายถึง หน่วยที่ใช้วัดปริมาณการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด Forex เป็นการอ่านค่าจุดทศนิยม หรือการนับจุดทศนิยม ในตำแหน่งที่ 3 และ 5 ซึ่งเมื่อศึกษาทั้ง 2 อย่างก็จะทราบว่า ข้อแตกต่าง Point และ Pip คืออะไร สามารถดูตัวอย่าง Point ดังนี้

ตัวอย่าง Point

1. ราคาค่าเงินของคู่เงิน EUR/JPY อยู่ที่ 117.500 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ไปที่ราคา 117.503 เราจะอ่านค่าเงินคู่นี้ว่า คู่เงิน EUR/JPY มีการเคลื่อนที่ไป 3 Point หรือ 3 จุด

2. ราคาค่าเงินของคู่ USD/CAD อยู่ที่ 1.330 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ไปที่ราคา 1.340 เราจะอ่านค่าเงินคู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CAD มีการเคลื่อนที่ไป 10 Point หรือ 10 จุด

3. ราคาค่าเงินของคู่ USD/CHF อยู่ที่ 0.98200 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ไปที่ราคา 0.98230 เราจะอ่านค่าเงินคู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CHF มีการเคลื่อนที่ไป 30 Point หรือ 30 จุด

ระหว่าง Pip และ Point คืออะไร ? ต่างกันอย่างไร ?

เมื่อได้ศึกษาความหมายของ Pip และ Point คือ อะไร ? ครบถ้วนแล้ว ทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่า Pip และ Point นั้น มีสิ่งที่เหมือนกัน คือ ทำหน้าที่เป็นชื่อที่ใช้อ่าน หรือนับจุดทศนิยมเหมือนกัน แต่จะมีความแตกต่างกัน ในเรื่องของการอ่านค่า คือ 1 Pip = 10 Point ซึ่งเราจะยกตัวอย่าง เพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ให้ได้เห็นความแตกต่างมากขึ้น และเข้าใจได้มากขึ้น ดังนี้

1. ราคาค่าเงินของคู่เงิน EUR/JPY อยู่ที่ 117.500 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ไปที่ราคา 117.510

  • เราจะอ่านค่าเงินคู่นี้ว่า คู่เงิน EUR/JPY มีการเคลื่อนที่ไป 1 Pip หรือ 10Point

2. ราคาค่าเงินของคู่ USD/CAD อยู่ที่ 1.330 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ไปที่ราคา 1.350

  • เราจะอ่านค่าเงินคู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CAD มีการเคลื่อนที่ไป 2 Pip หรือ 20 Point

3. ราคาค่าเงินของคู่ USD/CHF อยู่ที่ 0.98200 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ไปที่ราคา 0.98300

  • เราจะอ่านค่าเงินคู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CHF มีการเคลื่อนที่ไป 10 Pip หรือ 100 Point

หากเราต้องการประสบความสำเร็จบนเส้นทางการเทรด เราต้องหมั่นฝึกฝนและเรียนรู้ ทำความเข้าใจให้ดี เริ่มตั้งแต่ความรู้พื้นฐาน การเทรด Forex ยิ่งฝึกฝนมากเท่าไหร่ เราจะยิ่งเทรดดี และมีกำไรมากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญ จะต้องมีสติทุกครั้งในการเปิดออเดอร์แต่ละ Lot แล้วการที่จะไปถึงฝัน ขอแค่เราตั้งใจทำมัน อยู่กับมันจริงๆ ความสำเร็จรอเราอยู่ปลายทางข้างหน้าแน่นอน

pip point คือ

การอ่านค่าสำคัญอย่างไร ?

หากเราได้เรียนรู้ว่า Pip และ Point คือ อะไร? ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ในการซื้อ – ขายแลกเปลี่ยน หรือเทรด Forex เนื่องจากบางโบรกเกอร์ (Broker) นั้น เริ่มต้นเทรด Forex ที่ 2 หรือ 4 จุดทศนิยม ทำให้ไม่สามารถเรียกค่านั้นว่า Point หรือ จุดได้ นักเทรดจะต้องเริ่มนับเป็น 1 Pip  นั่นเอง ซึ่งการอ่านค่าได้ถูกต้องนั้น ย่อมส่งผลดีกับตัวผู้เทรด ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และเกิดความภาคภูมิใจได้

สรุป การอ่าน Pip และ Point

จากวิธีการอ่านค่า จะทำให้เห็นความแตกต่างกันระหว่าง Pip และ Point คือ อะไร ? โดยจะมีการอ่านค่า และความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ในปัจจุบันนี้ยังมีนักเทรดบางท่าน นำไปใช้แบบไม่ถูกต้อง มีการเรียกสลับกันอยู่บ่อยๆ แต่ถ้านักเทรดมีการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ มีการฝึกการอ่านค่าอยู่บ่อยๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะอ่านค่าของ Pip และ Point ได้อย่างถูกต้อง



error: Content is protected !!