การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

DeepSeek-R1: ความสำเร็จแห่งแดนมังกร ผู้ท้าชิงบัลลังก์ AI

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
34 เข้าชม
James Albert
(@james-albert)
สมาชิก
Rank F
เข้าร่วม: 6 เดือน ที่ผ่านมา
กระทู้: 128
หัวข้อเริ่มต้น  

ในโลกที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นแกนหลักในการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การมาถึงของ DeepSeek-R1 ได้สร้างกระแสฮือฮาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงบน X หรือการครองตำแหน่งแอปยอดนิยมอันดับหนึ่งบน App Store ในเวลาอันสั้น DeepSeek-R1 ถูกมองว่าเป็นโมเดล AI ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรม ด้วยความสามารถที่อาจเทียบชั้น หรือแม้กระทั่งก้าวล้ำ OpenAI ยักษ์ใหญ่ในวงการ AI จากสหรัฐอเมริกา

 

รู้จัก “DeepSeek”

DeepSeek เป็นบริษัทวิจัยปัญญาประดิษฐ์จากประเทศจีน ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ High-Flyer กองทุน Quant Hedge Fund ชื่อดังที่ก่อตั้งโดย Liang Wenfeng ในปี 2023 Liang ได้เริ่มต้นโครงการพัฒนา AI อย่างมุ่งมั่น โดยเน้นที่การสร้างสรรค์และพัฒนาทางวิทยาศาสตร์แทนการแสวงหาผลกำไรในระยะสั้น วิสัยทัศน์นี้ทำให้ DeepSeek แตกต่างจากบริษัท AI จีนอื่น ๆ ที่มักอยู่ภายใต้การดูแลของยักษ์ใหญ่อย่าง Baidu หรือ Alibabaเพียง 2 ปีให้หลัง DeepSeek-R1 ก็ถือกำเนิดขึ้นด้วยการพัฒนาที่เรียกได้ว่า “ก้าวกระโดด” ใช้เวลาเพียง 2 เดือน และทุนเพียง 10 ล้านดอลลาร์ พร้อมทีมงานเพียง 200 คน แม้กระทั่งชิปที่ใช้ในการพัฒนายังเป็น “ของตกรุ่น” แต่กลับสร้างความสำเร็จระดับโลกอย่างน่าทึ่ง ต่างจากสหรัฐฯ ที่ใช้เงินทุนมหาศาลกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ในการพัฒนา AI

 

โมเดล DeepSeek-R1: ความอัจฉริยะที่เปิดกว้าง

DeepSeek-R1 เป็นโมเดล AI แบบ Open-Source ที่โดดเด่นในด้านการใช้เหตุผลขั้นสูง โดยมีการเปิดเผยซอร์สโค้ดทั้งโมเดลหลักและรุ่นย่อยอีก 6 รุ่น ขนาดตั้งแต่ 1.5 พันล้านถึง 7 หมื่นล้านพารามิเตอร์ ภายใต้ใบอนุญาต MIT License ช่วยให้นักพัฒนาและนักวิจัยทั่วโลกสามารถปรับแต่งและใช้งานได้อย่างอิสระหนึ่งในไฮไลต์ของ DeepSeek-R1 คือโมเดลย่อยอย่าง DeepSeek-R1-Zero ซึ่งใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning) ขนาดใหญ่ พร้อมการฝึกอบรมหลายขั้นตอน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับ AI

 

DeepSeek vs OpenAI: ใครเหนือกว่า?

DeepSeek-R1 ถูกยกให้เป็นคู่แข่งสำคัญของ OpenAI ด้วยความสามารถที่ทัดเทียมในด้านตรรกะและเหตุผล อีกทั้งยังเหนือกว่าในเรื่อง ต้นทุนการพัฒนา ด้วยเทคนิคการออกแบบที่ประหยัดพลังงาน ตัวโมเดลของ DeepSeek ใช้พลังประมวลผลเพียง 1 ใน 10 ของโมเดล Llama 3.1 ของ Meta ข้อมูลจาก Epoch AI ยืนยันว่า DeepSeek สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยทรัพยากรที่น้อยกว่าอย่างมหาศาลMarc Andreessen นักธุรกิจชื่อดัง ยังเปรียบเทียบความสำเร็จของ DeepSeek-R1 กับเหตุการณ์ดาวเทียม Sputnik ของสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการที่ประเทศอื่นสามารถก้าวขึ้นมาแสดงศักยภาพเหนือสหรัฐฯ ในด้าน AI ได้สำเร็จ

 

ความสำเร็จและความท้าทาย

ความสำเร็จของ DeepSeek ไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพของจีนในการพัฒนา AI แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักพัฒนาทั่วโลก ด้วยการเปิดกว้างด้านเทคโนโลยีและการบริหารงานที่ไม่ขึ้นตรงต่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ DeepSeek กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ในวงการ AI อย่างไรก็ตาม คำถามที่ว่า DeepSeek จะสามารถล้ม OpenAI ได้หรือไม่นั้น ยังคงต้องรอดูกันต่อไปในอนาคต แต่ที่แน่ ๆ DeepSeek-R1 ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ทรัพยากรที่จำกัดไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และโมเดลนี้อาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้วงการ AI เข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น

 

 

 

 

 


   
อ้างอิง

ทิ้งคำตอบไว้

ชื่อผู้แต่ง

อีเมลผู้เขียน

ตำแหน่ง *

You are not allowed to attach files on this forum. It is possible that you have not reached the minimum required number of posts, or your user group does not have permission to attach files in this forum.
 
ดูตัวอย่าง แก้ไข 0 ครั้ง บันทึกแล้ว
แบ่งปัน: